“เจ้าคิดจะทำอะไร…”  ร่างโปร่งแสงถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว ก้มหน้าลงแล้วเหลือบตามองเทพีแห่งความตายด้วยหางตา ไม่ใช่อะไร…ก็แค่เบนความสนใจของตัวเองเท่านั้น

 

 

 

“รอชมอะไรสนุกๆ…ข้ารักสนุกนะ โดยเฉพาะเรื่องทุกข์โศกของผู้อื่น ข้าโปรดปรานเป็นพิเศษเลยล่ะ” น้ำเสียงแหลมสูงดังขึ้น เน้นย้ำเจาะจงให้โกรธ ให้อารมณ์เสีย เมื่อได้ยินประโยคเหล่านั้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าสมควรจะใส่ใจเมื่อเสียงสายฟ้าแลบแปลบปลาบนั้นดังขึ้น ในระยะที่ใกล้กว่าเดิม….

 

 

 

 

“มาแล้วละนะ คนที่ฆ่าเจ้าน่ะ(หัวเราะ)” นางหัวเราะอย่างหยิ่งยโส น้ำเสียงสนุกสนานเสียจนคลื่นไส้ กายละเอียดที่อยู่ตรงจุดนี้กลับรู้สึกได้ถึงจิตที่สัมพันธ์กัน…กำลังใกล้เข้ามา จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเส้นแบ่งที่จะเข้ามายังจุดนี้

 

 

 

ตูม!!!

 

 

อาวุธคู่กายราชันย์นั้นพังทะลวงเปิดทางให้ผู้เป็นเจ้าของนั้นเข้ามายังที่แห่งนี้ ร่างที่แสนเคยคุ้นนั้นปรากฏขึ้นท่ามกลางเศษฝุ่นคลุ้งกระจาย

 

 

 

ข้ากระโดดถอยห่างออกไปทันทีที่พบ สัญชาตญาณบ่งบอกถึงความหวาดระแวงที่มีต่อคนๆนี้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม...

 

 

“เฮล เทพีแห่งความตาย!” ธอร์เอ่ยเรียกชื่อเจ้าของสถานที่ทันทีที่เข้ามาถึง ก่อนจะพบว่าร่างที่ตนค้นหานั้นหายตัวมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าตนเองแล้ว

 

 

 

“มีเรื่องอันใดเพคะ ฝ่าบาท” เรือนร่างอรชรที่เข้าประชิดตัวเอ่ยกับผู้เป็นราชาด้วยประโยคที่แสนสุภาพแต่กลับฟังดูตอแหลสิ้นดี

 

 

 

“มาเพื่อข้อตกลง….สิ่งที่เจ้าต้องการแลกกับสิทธิ์ขาดชั่วนิรันดร์ในดวงจิตของ โลกิ บุตรแห่งลาฟฟี่” ธอร์พูดออกมาพลางเหล่มองมายังข้า แล้วยื่นมือออกมาเชื้อเชิญให้ข้าเข้าไปหา…แต่ข้าคงไม่ส่งมือให้กับคนที่สังหารข้าหรอก แม้นั่นจะเป็นคำขอของข้าเองก็ตาม

 

 

 

“ค่าตอบแทนสำหรับดวงวิญญาณมันแพงมากนะเพคะ ท่านสละได้เพียงใดหรือ?” รอยยิ้มหยาดเยิ้มปรากฏบนหน้าของธิดาแห่งความตายอย่างมีชัยก่อนที่ข้าจะรับรู้ถึงความรู้สึกราวกับถูกพันธนาการด้วยลวดหนามก่อนจะถูกสิ่งที่มองไม่เห็นฉุดกระชากเข้าหา ตัวข้าเซถลาเข้าไปหาสองคนนั้นก่อนจะถูกฝ่ามือที่มีเพียงกระดูกสีเหลืองซีดนั้นลูบเข้าที่คางข้า ความเย็นเยียบนั้นทำให้รู้สึกขยะแขยงเกินจะกล่าว ยิ่งต่อหน้าใครคนนั้นด้วยแล้วยิ่งรู้สึกคลื่นไส้จนอยากอาเจียนออกมา

 

“เท่าที่ข้าสามารถหาใด้…” ร่างสูงใหญ่กว่านั้นจับจ้องมาที่ข้าซึ่งหลบสายตานั่นด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ สับสน?...คิดหาเหตุผลไปต่างๆนาๆถึงการกระทำที่ข้าไม่เข้าใขเอาซะเลย

 

 

“ข้ารักความสนุกเพคะ…ข้าต้องการรับชม ‘เรื่องสนุกๆ’ อย่างเช่นว่า….” ท้ายประโยคนั้นนางศพเน่าก็เข้าใกล้ร่างสูงก่อนเอ่ยกระซิบโดยที่ข้าไม่ได้ยิน ร่างสูงนั้นขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ฟัง จับจ้องกลับมายังข้าด้วยสายตาที่สับสน

 

 

 

 

แม้ไม่รู้ว่าข้อตกลงนั้นคืออะไร….แต่คงไม่ใช่เรื่องดีนัก…ข้าไม่สนว่าธอร์จะสละอะไร ข้าไม่อยากจะกลับไป…ข้าไม่ต้องการจับมือที่ยื่นให้นั่น

 

 

 

 

แต่ร่างโปร่งแสงไร้กำลังนี้ขัดขืนพลังของธิดาแห่งความตายไม่ได้ ความเจ็บปวดนั้นรุมเร้าแผ่ซ่านทุกครั้งที่ขืนกาย…เมื่อดวงจิตถูกผูกมัดโดยตรงกับผู้ถือสิทธิ์ขาด…หากข้าถูก ‘ขาย’ ให้ธอร์จริงๆก็คงไม่สามารถเป็นอิสระได้อีก ฆ่าข้าแล้วตามมาเพื่อรับดวงจิตข้ากลับไป…เพื่อสิ่งใด

 

 

 

 

“ข้าไม่ต้องการกลับไปที่นั่น….” ข้าปฏิเสธแข็งขืนกับอำนาจเหนือกว่าอย่างไม่กริ่งเกรง ข้าไม่อยากกลับ ไม่อยากอยู่ใกล้คนพวกนั้น!

 

 

 

 

พลันสิ่งที่รัดอยู่กลับยิ่งบีบรั้งจนเจ็บปวดจนเกินจะกลั้นเสียงร้องได้

 

 

 

“อึก!!!” ข้าส่งเสียงร้องออกมาเพียงเล็กน้อยเมื่อข่มกลั้นการกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของตัวเอง

 

 

 

“คนเค้ากำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่นะ ยืนรอฟังผลเงียบๆหน่อยสิ…” ข้าทำเมินต่อถ้อยคำเสียดสีนั่นก่อนจะเหล่มองธอร์ด้วยหางตา บ่งบอกเจตนาว่าข้ารังเกียจเขามากแค่ไหน…

 

 

 

“พอเถอะ…ข้ายอมรับข้อตกลง ข้าขอสาบานด้วยเกียรติของราชา” ธอร์เอ่ยถ้อยคำสาบาน ในวินาทีที่ข้ารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง…ความรู้สึกว่าข้านั้นได้ถูกผูกมัดไว้กับเทพสายฟ้าเสียแล้ว…..

 

 

 

 

“เจ้าฉลาดกว่าที่ข้าคาดนะ… หลอกลวง พันธนา สังหาร ทั้งหมดเพื่อจะได้ครอบครองข้างั้นหรือ? จองจำข้าไว้กับเจ้าชั่วนิรันดร์…เช่นนั้นหรือ? สนุกมากรึเปล่าล่ะ” ข้าเอ่ยประชดประชันด้วยสีหน้าแข็งกร้าว  เฝ้ามองคนตรงหน้า ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นรอยยิ้มพึงพอใจของธิดาแห่งความตาย…

 

 

 

“ขอทรงทำตามที่สาบานแล้วข้าจะคอยเฝ้าดู….’เรื่องสนุก’ เงียบๆแล้วกันนะเพคะ”  ร่างตรงหน้าสะบัดกายก่อนจะสลายเป็นเพลิงหายตัวไปอีกครั้งพร้อมทัศนียภาพตรงหน้าที่พังทลายลงราวกระจกที่แตกร้าว เหลือเพียงทุ่งรกร้างว่างเปล่าเท่านั้น และข้ากับราชาเท่านั้น

 

 

 

“เอ้า รอบนี้จะไม่กล่าวอะไรสักหน่อยรึไง ฝ่าบาท” ข้าประชดถามพร้อมต่อท้ายตามที่นางซากศพเมื่อครู่พูด

 

 

 

“ข้ามีเป้าหมายของข้า และมันเกี่ยวข้องกับเจ้าโดยตรง….โลกิ ข้ามีสิทธิ์ในตัวเจ้า…ชั่วนิรันดร์...ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้าจะไม่สามารถหลุดไปจากข้าได้…จริงๆแล้วข้าไม่ปรารถนาจะทำเช่นนี้เลย แต่มข้าจำเป็นจริงๆ….” ธอร์เดินห่างออกไปก่อนจะตะโกนเรียกไฮม์ดัล

 

 

 

ร่างสูงกว่าหันมาก่อนจะยื่นมือออกมาเล็กน้อย ข้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดของพันธนาการที่มองไม่เห็นก่อนจะถูกรั้งเข้าหาธอร์ พร้อมกับแขนแกร่งที่โอบเอวข้าไว้แน่น โดยไม่ทันจะทรงตัวได้สะพานไบรฟรอสก็มาถึงก่อนจะชักพาให้ข้ากลับไปยังที่ๆข้าเคยอาศัยอยู่มาทั้งชีวิต….

 

 

 

 

…..

 

….

 

 

..

 

.

 

 

 

“ปล่อย..” ข้าศอกไปที่ข้อพับแขนก่อนจะสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนที่ไกล้ชิดนั่น

 

 

 

 

“โลกิ…การใช้คำสั่งบังคับเรียกเจ้าเมื่อครู่ทำให้เจ้าเจ็บปวดงั้นหรือ?” ธอร์นั้นถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงอันน่ารังเกียจ

 

 

 

“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องใส่ใจนี่” ข้ายักใหล่ก่อนจะเมินหน้าหนี หันไปเห็นชายผิวสีที่ยืนกุมดาบอยู่ตรงกลางโถงก็หันไปสนใจกับนายทวารแทน

 

 

 

“เจ้าคงแส่เรื่องของข้าอยู่ใช่หรือไม่? ข้าคงเดาไม่ผิดหรอก ช่วยบอกข้ามาหน่อยซิว่าลาฟฟี่ บิดาสุดประเสริฐของข้าไปอยู่ที่ใดแล้ว” หาเรื่องถามปนถ้อยคำด่าเสียดสีนั้นกับคนตรงหน้า นายทวารจ้องกลับด้วยดวงตาสีส้มขุ่นพร้อมสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

“สลายไปแล้ว….ดวงจิตของราชาแห่งโยธันไฮม์ ยื้อเวลาที่จะคงอยู่บนแดนหลังความตายนานเกินไป จนแตกสลายไปแล้ว เจ้าก็เห็นกับตาเจ้าเอง…เหตุใดจึงดูไม่ออกล่ะ” คำตอบที่ได้รับทำเอาข้าพูดไม่ออก แต่ก็ยังคงเกผ้บงำความรู้สึกสับสนที่เดือดพล่านไว้ในใจ

 

 

 

ฉับพลันนั้นที่ธอร์เดินมาก่อนจะบีบข้อมือข้าขึ้นแล้วสวมกำไลสีทองที่มีลวดลายอสรพิษให้ก่อนที่ข้าจะรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ของเผ่าดาร์คเอล์ฟที่ฉาบทับอยู่และรับรู้ถึงกายละเอียดที่ถูกแปรร่างภายนอกเป็นรูปร่างของเพื่อนคนหนึ่งของธอร์ เป็นกำไลเวทย์ลวงตาขั้นสูง….

 

 

 

 

“อะไรกัน…ราชาอย่างเจ้าต้องลักลอบพาข้าเข้าอาณาจักรของตนเชียวหรือ” และก็เป็นเช่นที่ผ่านมา ธอร์แทบจะไม่เอ่ยปากตอบสิ่งใดเลย แค่เพียงกุมมือข้าแล้วลากพาออกไปก่อนจะบังคับให้ข้าขึ้นม้าแล้วควบมันข้ามสะพานสายรุ้งเข้าสู่วังหลวงโดยไร้ผู้ใดรับรู้

 

 

 

ระหว่างทางข้ามองเห็นข้าราชบริพารหลายนายที่ข้าเคยเข้าไปทักทายเมื่อสมัยก่อนนั้นยืนทำหน้าที่ของตนด้วยขอบตาที่บวมแดง เศร้าใจกับสิ่งใดงั้นหรือ? ข้าทำเมินเฉยคนพวกนั้นด่อนจะควบอาชางามผ่านไปอย่างเงียบๆ

 

 

 

“เจ้าต้องได้เห็น…เหล่าผู้คนที่เศร้าโศกกับการจากไปของเจ้า….” ธอร์ที่ควบม้าเคียงข้างข้านั้นเอ่ยออกมาเบาๆ ข้าสะอึกกับคำพูดนั้นเมื่อนึกถึงภาพทหารกล้าที่ข้าเคยให้ความช่วยเหลือเมื่อเยาววัยมีขอบตาแดงช้ำราวกับพึ่งเสียน้ำตาไปมากมาย….ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นภายในส่วนลึกของข้า….

 

 

 

 

ข้าสะบัดหน้าไล่ความคิดไร้สาระนั่นออกไปก่อนจะมุ่งหน้าตาม ‘เจ้าชีวิต’ เข้าไปในราชวัง บรรยากาศในนั้นเต็มไปด้วยความอึมครึมเศร้าโศก….ที่ข้าไม่เข้าใจ

 

 

 

ธอร์พยักหน้ารับการทำความเคารพของเหล่าข้าราชบริพารตลอดทางก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆม้าของข้า ผายมือแสดงความจำนงให้ข้าลงตามไป

 

 

 

ข้าไม่ได้ขัดขืนใดๆ…คงด้วยความสับสนมากมายที่รุมเร้าขณะนี้กระมั้งที่ทำให้ข้าปฏิบัติตามคนที่แสนเกลียดชังอย่างว่าง่าย หรือเพราะข้าฉลาดพอที่จะเข้าใจว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้น….

 

 

 

เมื่อเดินตามเข้ามายังหลังท้องพระโรงที่ไร้ผู้คนธอร์ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

 

“ถอดกำไลออกซะ” ข้ายืนนิ่งไม่ไหวติงอีกฝ่ายจึงเดินเข้ามาดึงออกไปแทน…

 

 

 

 

ร่างกายที่เกิดจากเวทย์จึงสลายไปเหลือเพียงดวงจิตโปร่งแสงของข้าดังเดิม ธอร์จับต้นแขนข้าแล้วลากข้าให้เดินไปยังห้องบรรทมของโอดิน ข้าถูกจับไว้อย่างนั้นสักพักก็เริ่มหงุดหงิดแล้วสะบัดแขนออกเดินนำต่อด้วยตัวเองด้วยคาดได้ว่าต้องการให้ข้าไปที่ใด

 

 

 

 

 

ข้าเดินไปตามเส้นทางที่เคยคุ้นน่าแปลกที่ทุกคนมองไม่เห็นกายของข้า…แต่ข้า็ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด จนขาทั้งคู่พาข้ามาถึงหน้าห้องบรรทมใหญ่ของมหาเทพโอดิน ธอร์จึงออกคำสั่งอีกครั้ง

 

 

 

“เข้าไปสิ…ให้เจ้าได้เห็นสิ่งที่เจ้ามองข้ามมาตลอด” ข้ารับฟังถ้อยคำนั้นอย่างด้านชาพร้อมใจที่ไร้ความรู้สึก ข้าก้าวออกไปแล้วพบว่าร่างของตนทะลุผ่านประตูนั้นไปได้โดยไรผู้ใดมองเห็นหรือรู้สึกถึง

 

 

 

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยไร้ธอร์ตามเข้ามาแล้ว ข้าก็ได้พบกับแผ่นหลังของผู้ที่แสนเคยคุ้น นั่งสงบนิ่งพร้อมสองมือที่กุมกันไว้ตรงคาง ท่าทางเคร่งเครียดกว่าที่เคย ดูเหมือนจะไม่เห็นตัวตนของข้า แต่ที่ทำให้ข้าแปลกใจที่สุดคือ…สายน้ำตาแห้งกรังบนแก้มของมหาเทพโอดิน….

 

 

 

 

มหาเทพร่ำให้โดยไร้เสียงสะอื้น มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างเงียบที่สุด…ในมือนั้นกำภาพเหมือนของตัวข้าอยู่ ฉับพลันนั้นมหาเทพก็เอื้อนเอ่ยชื่อของข้าออกมาอย่างแผ่วเบา…”โลกิ ลูกของข้า..” อย่างแผ่วเบาเงียบเชียบและเศร้าสร้อยที่สุด….

 

 

 

 

ข้าเบิกตากว้าง ในใจกลับปฏิเสธ สับสนวุ่นวาย รู้สึกได้ถึงลำคอที่จุกจนแทบกลืนน้ำลายไม่ได้…ในสภาพกายละเอียดเช่นนี้ข้ากลับรู้สึก….ราวกับจะร้องให้

 

 

 

 

เขาหลอกข้า หวังใช้ข้าเป็นเครื่องมือ ปฏิเสธข้า…แล้วเหตุใดบัดนี้มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่กลับหลั่งน้ำตาให้กับการจากไปของบุตรของศัตรูเช่นข้า…. ข้ากลอกตาไปมาด้ยความสับสน ในหัวราวกับถูกพันด้วยเส้นด้ายมากมาย มือเริ่มสั่นเทิ้ม จนในที่สุดข้าก็ทรุดลงกับพื้น…

 

 

 

 

กล้ำกลืนแค่ไหนกลับรู้สึกอึดอัด ตื้นตัน กำแพงที่มองไม่เห็นนั้นได้พังทลายลง ขอบตาที่ร้อนผ่าวราวกับจะแผดเผาหัวใจ ไร้ซึ่งน้ำตาที่หลั่งรินมีเพียงตัวข้าที่ทรุดลงกับพื้น ซุกหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง

 

 

 

 

 

“อ๊าาาาาาาาา!!!!!” ข้าเปล่งเสียงกรีดร้องออกมาราวกับจะปลดปล่อยทุกสิ่ง….ราวกับได้หลุดพ้นจากสิ่งที่เกี่ยวพันมาตลอด ความคับข้องใจ ช่องว่างของความเจ็บช้ำราวกับถูกทาทับจนเลือนหายไป ในอกสั่นเทาไม่หยุด ไหล่สั่นจนคุมไม่อยู่…ข้ากู่ร้องตะโกนก้องโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน มีเพียงเสียงของข้าที่สะท้อนอยู่ภายใน กรีดแทงลงเชือดเฉือนกันทั้งความรู้สึกผิดบาปและความโล่งใจ….

 

 

 

 

รู้สึกราวกับร่างกายที่หอบสั่นนี้จะกรีดร้องตะโกนจนไร้เสียง แล้วข้าก็หลับไหลไปพร้อมๆกับเสียงโซ่ตรวนขึ้นสนิมที่เกี่ยวกระหวัดข้ามาเนิ่นนานได้ถูกกระชากขาดออก…พันธนาการในใจราวกับได้รับการปลดปล่อยจากคำคำเดียวของผู้ที่ข้าให้ความสำคัญ…และต้องการความรักอย่างหมดใจ

 

 

 

 

ความรู้สึกก่อนสิ้นสตินั้นคืออ้อมแขนแกร่มที่ช้อนร่างข้าขึ้นอย่างอ่อนโยน…อ้อมแขนที่ข้าโหยหา และไม่ปรารถนาจะปฏิเสธมันอีกต่อไป…..

 

-----------------------------------------------------

 

 

 

ดองนานมากค่ะ!! 

ขออภัยจริงๆสำหรับการดองนานขนาดนี้//เอาหัวโขกพื้น

ช่วงนี้เจอศึกการบ้าน 200 ข้อค่ะ ใกล้ตายจริงๆ TT^TT

ช่วงนี้หันมาฝึกวาดรูปค่ะ ได้ @mintnatt มาเบิลที่นั่งข้างๆมาช่วยแนะนำให้ค่ะ

แต่ก็ยังๆวาดได้งูๆปลาๆเช่นเดิม  ช่วงนี้ฉันติดทวิตแล้วล่ะค่ะ

  

"ปล่อยข้านะ เจ้าเทพปัญญาด้อย"....วาดเล่นค่ะ

 

พรุ่งนี้ต้องเจอศึกหนักอีกแล้ว....วันนี้ก็ขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ^w^

edit @ 15 Nov 2012 21:11:23 by MintChut-แมวทุเรียน

Comment

Comment:

Tweet

ยะ...ยังมีต่อ มาต่อเดี๋ยวนี้เลยค่ะ พรีสสสสสสสสส
สนุกจนหยุดไม่อยู่ ขอโทษที่คอมเม้นน้อยไปนะคะ
สนุกๆจริง อยากรู้ว่าธอร์สัญญาอะไรไว้
หนูเฮลที่น่ารักไหงทำตัวนิสัยไม่ดีอย่างงั้นล่ะลูก

#8 By ~ HaNaHaNa ~ on 2013-01-29 22:05

คุณป๋าโอดินแม่มมมมมมมมมมมม =A= ตัวต้นเรื่องเลยยยยยย//ปิดตาชี้
แต่ก็สงสารอ่ะนะ เลี้ยงมาจนโตป่านนี้แล้ว แถมโลกิก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายขนาดนั้น เขาแค่ต้องการความรักความอบอุ่นเฉยๆ~~
ถึงเตามตำนานจริงๆเฮลก็คือลูกสาวคนนึงของโลกิก็เถอะ แต่ว่าชอบลุคนี้ของเฮลมากกกกกกกก ดูเป็นสาวเท่ที่เดาทางไม่ออก อร้ายยยยยยยยยย
Hot! Hot! Hot!

#7 By Hatoribaka on 2012-06-17 14:28

อ๊ากกกกกกกกก นั่งอ่านรวดเดียวสิบตอยเลย โฮกกกกกกก TTvTT
ตอนแรกอยากจะบีบคอพี่ท้อนัก แทงน้องกิได้ยังไง แงงงงงงง แต่มันทำให้กิได้เจอป๋าลาฟฟี่สารภาพความในใจ ได้เห็นด้านที่ป๋าโอดินไม่แสดงออกแบบนี้แล้วมัน อ๊าาาาาา!! //กรีดร้องคลั่งตามน้องกิ 
ฟิคสุดยอดมากค่ะ อ่านแล้วน้ำตาคลอตามไปด้วยหลังจากที่ได้อ่านมาทั้งสิิบตอน ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคนี้ขึ้นมา โฮกกกกกก d(TTvTT)b

#6 By Pichi on 2012-06-14 00:39

อร๊าย น้องโลกิสำนึกแล้วอะดิ คิคิ
ติดตามต่อคะ big smile confused smile

#5 By inkkie on 2012-06-05 16:38

งี้ดดดดดดดดดดด เรื่องสนุกนั่นคืออะไรกันน แง่มมมมมๆโอ๊ยยชอบมากๆเลยค่ะ เพิ่งลองอ่านตั้งแต่ตอนแรก สนุกมากก เป็นฟิคที่คาราแรคเตอร์ตรงมากเลยค่ะ อ่านแล้วเหมือนได้เห็นภาพจริงๆเลยล่ะค่ะ ;////w////; จะติดตามตอนต่อไปนะคะ!!<3

#4 By Reki*Neko on 2012-06-05 15:43

ข้อตกลงนั่นต้องเป็นอะไรที่ซาบซึ้งแน่ๆเลย
บางประโยคนี่ส่อเจตนาจัง .โลกิ ข้ามีสิทธิ์ในตัวเจ้า…ชั่วนิรันดร์...ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้าจะไม่สามารถไปจากข้าได้   ว้าว
แต่คนบรรยายได้อารมณ์มาก  ลึกซึ้งเหมือนไปอิงแอบอยู่ในซอกใจโลกิ

#3 By ลอยลมเล่น on 2012-06-05 11:22

รออ่านตอนต่อไปอย่นะคะ  อยากรู้ว่าข้อตกลงสนุกๆที่ว่าคืออะไร  อาฮะๆ  confused smile

#2 By saki sakuro on 2012-06-05 01:42

รู้สึกรักโอดินมากขึ้นมาอีก 300 จุดเลยค่ะ โฮกกกกกก cry cry cry (แต่ปัญหาทั้งหมดมันเกิดเพราะโอดินจริงๆ นั่นล่ะ /faceplam ถ้าคุณพ่อจะขี้เก๊กขนาดนี้...)

เห็นเฮลในมาดตัวร้ายแล้วรู้สึกแปลกๆ sad smile  แต่พอคิดว่าใน avengers พวกเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันก็พอเข้าใจได้ 

ป๊ะป๋าลาฟฟี่   ไปซะแล้ว แงงงง 
ตอนนี้แลดูธอร์บทจืดจาง.../เพราะเราโฟกัสแต่คนอื่นสินะ open-mounthed smile  *โดนค้อนทุบ*

#1 By melody in the world of the tale on 2012-06-05 01:04