[ThorxLoki] Fake fate : บทที่ 9 บิดา

posted on 27 May 2012 02:06 by mintchu in Fiction directory Fiction

เรื่องราวของข้า....จบลงแล้ว

 

 

 

ความตายนั้นต้องมาถึงอยู่แล้ว แค่เร็วกว่าเดิมสักหน่อยจะเป็นไร

 

 

 

ความเจ็บปวดแล่นลิ่วจากกลางอก โลหะเย็นยียบเสียดแทงเข้าที่กลางหัวใจ ด้วยน้ำมือของใครบางคนที่ข้าไม่เคยเข้าใจว่า [รัก] หรือ [เกลียด] หรืออาจจะทั้งสองอย่าง...ร่างกายที่ถูกพันธนากระตุกเกร็งตามสัญชาตญาณเมื่อรับรู้ถึงอันตรายแต่ความทระนงกลับสั่งให้หยัดยืนต่อไป สัมผัสเยียบเย็นกลับแปรเป็นความร้อนดั่งเพลิงแผดเผาในกาย หัวสมองนั้นเริ่มว่างเปล่า ใบหน้าของผู้มอบความตายนั้นก้มลงมองด้วยสายตาที่ไม่อาจเข้าใจได้ หางตาเหลือบไปยังผู้ที่เคยเข้าใจว่าเป็นผู้ให้กำเนิดตน มารดาร่ำให้จับจ้องด้วยแววตาร้าวรานและพระบิดาที่ขมวดคิ้วมุ่น

 

 

เผยรอยยิ้มเบาบางออกมา เหยียดยิ้มเย้อหยันคนทั้งโลก ก่อนหนังตาที่หนักอึ้งจะปิดลง ดั่งโลกทั้งใบกำลังพลิกย้อนกลับรับรู้ถึงกายที่ไร้สิ้นเรี่ยวแรง ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างแรง สายตาที่จับจ้องนั้นพร่าเลือน สีสันสุดท้ายที่หลั่งรินนั้นคือสีแดงฉาน....แล้วทุกสิ่งก็เข้าสู่ความมืดมิด

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

.

 

“โลกิ” เสียงเพรียกนั้นเรียกให้ข้ารู้สึกตัวขึ้น

 

รับรู้ถึงตัวตนอันบางเบานี้กำลังล่องลอยอยู่ในที่ๆไม่รู้จัก ก้มลงมองยังฝ่ามือตัวเองที่บางใสจนมองทะลุไปได้...นี่คือกายละเอียดสินะ

 

 

ดวงจิตของข้านั้นส่องแสงเรืองอ่อนๆ รูปร่างยังเป็นดั่งเช่นยามมีลมหายใจ แต่รู้สึกว่างเปล่าราวกับจะสลายหายไปได้โดยง่าย

 

 

ข้านึกถึงเสียงเรียกอันไม่รู้จักจึงหันมองไปด้านหลังจึงได้พบหญิงสาวผู้มีใบหน้าเรียวได้รูป ริมฝีปากสีแดงดุจกลีบกุหลาบ ร่างกายที่มีสัดส่วนได้รูปงดงามมีเสน่ห์ยั่วยวนมากล้น ในชุดประดับประดาสง่างามราวกับราชินี...เพียงแต่กายซีกหนึ่งของนางนั้นเป็นซากโครงกระดูกเหลืองซีดมีเศษซากเนื้อเหม็นเน่าเกาะติดอยู่อย่างน่าขยะแขยงเท่านั้น

 

 

 

“ยินดีต้อนรับสู่นิฟล์ไฮล์มของข้า บุตรแห่งลาฟฟี่” น้ำเสียงหยิ่งทระนงเย้ายวนแฝงความเยือกเย็นดังราวกับกระซิบแต่กลับได้ยินโดยชัดเจน

 

 

 

 

“ข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะไปยังวัลฮาลลาสินะ” ยิ้มเย้ยกลับไปยังธิดาแห่งความตาย วัลฮาลลาดินแดนหลังความตายของผู้สิ้นใจในสงคราม สถานที่หลังความตายอันมีเกียรติ แต่นิฟล์ไฮล์มคือสถานที่หลังความตายอันน่าอัปยศ...สิ้นใจบนลานประหาร ล้มลงกับผืนดิน ดับดิ้นท่ามกลางความอดสู ไม่คู่ควรกับสถานที่แห่งนั้น...

 

“แน่นอนอยู่แล้ว หุหุ เจ้ามาถึงที่นี่ก็ดีแล้ว ข้าชื่นชอบเรื่องราวของเจ้าไม่น้อยเลย ความทะยานอยากนั่นเป็นจริงเพียงใดด้วยสายตาของข้าที่มองผ่านดวงจิตที่ไร้การขัดขวางด้วยกายหยาบก็เห็นได้ทั้งหมดอยู่แล้ว...น่าสนใจยิ่ง” รอยยิ้มหวานหยดดวงตาที่หรี่ลง ราวกับยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ ราวกับการประชดประชันอย่างเจ็บแสบเสียมากกว่า...

 

 

 

 

“สนใจข้า แล้วได้อะไรขึ้นมาบ้างล่ะ” ประชดกลับด้วยหน้ากากรอยยิ้ม อย่าบังอาจมาพูดดีต่อหน้าข้า เจ้าสูงส่งมาจากที่ใดกัน ถึงกล้ามาแส่เรื่องของข้า

 

 

 

 

“ได้รู้เรื่องที่เจ้าไม่รู้ไง” เอ่ยอย่างท้าทาย ริมฝีปากแดงสดกระตุกยิ้มน่ารังเกียจอีกครั้ง

 

 

 

 

“อย่างเช่นว่า?”

 

 

 

“อย่างเช่นว่า...พระบิดาสุดที่รักที่เจ้าอุตส่าห์พามาส่งก่อนต้องการจะพบเจ้าไงล่ะ หุหุหุ” นางโน้มกายลงจนผมสีดำสนิทปรกใบหน้านั้นไว้จนมองไม่เห็นว่าทำสีหน้าอย่างไร ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับร่างครึ่งซีกที่เริ่มปรากฏแผลพุพองน้ำเหลืองส่งกลิ่นแรงอย่างชวนอาเจียน นางสะบัดผ้าคลุมขาดวิ่นก่อนจะสลายหายไปราวกับหนังที่ติดไฟ...ร่างของใครบางคนจึงปรากฏขึ้นแทนที่...

 

 

 

 

ดวงตาสีแดงฉาน ผิวกายสีขุ่น กว่าครึ่งหนึ่งที่ขาดแหว่งราวกับภาพที่ถูกฉีกขาด ราชายักษ์น้ำแข็งที่สิ้นใจด้วยน้ำมือของเขาเอง....

 

 

 

 

“?!!” ข้าตื่นตระหนกไม่น้อยแต่ก็ยังคงตีหน้าเรียบเฉยอยู่เมื่อใครบางคนที่เขาไม่เคยให้ความสำคัญจนสังหารให้ตายคามือนี้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

 

 

 

“โลกิ...” น้ำเสียงแหบพร่าจนไม่อาจจับอารมณ์ที่แฝงในน้ำเสียงนั้นได้

 

 

 

 

“ต้องการอะไรจากข้า? แก้แค้นหรือ?” ถามออกไปโดยไม่ต้องการคำตอบ ไม่มีเหตุผลที่ต้องมารู้สึกผิดหรืออะไรกับคนคนนี้ ในเมื่อต่อใหเป็นผู้กำเนิดก็ไม่ได้ใส่ใจ ต้องการให้ข้าตายไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆเกินกว่าสายเลือดอันน่ารังเกียจที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน

 

 

 

“ต้องการบอกเล่าความจริงที่ไม่เคยได้พูด...” น้ำเสียงจริงจังเกินกว่าจะเป็นเรื่องๆเล่นๆทำให้ข้าต้องสะอึกไปชั่วครู่หนึ่ง

 

 

 

“ยังมีความจริงอะไรอีกหรือ? ในสภาพแบบนี้รู้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดอยู่ดี” รู้อะไรไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี  ในตอนนี้มีเพียงการรอว่าจะดับสลายหรือไปเกิดใหม่ยังโลกใดพร้อมความทรงจำอันว่างเปล่าเท่านั้น

 

 

 

“…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทอดทิ้งเจ้า” สายตาที่หลุบลงต่ำนั้นช้อนขึ้นเมื่อพูดจบประโยค ดวงจิตที่มีความสูงมากกว่านั้นเดินเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิมจนทำให้รู้สึกอยากจะถอยหนี แต่ข้าทระนงเกินกว่าจะทำเช่นนั้น

 

 

 

 

 

“จะแก้ตัวให้ได้อะไรขึ้นมา” มีแต่ผู้ที่หลอกลวงข้า จนตายไปก็ยังหนีไม่พ้นงั้นสิ

 

 

 

“ข้าพาเจ้าไปหลบซ่อนไว้เพื่อหลบภัยสงครามที่ข้าเป็นผู้ก่อ ข้าในยามนั้นกระหายอำนาจ ปรารถนาสงคราม จนชาวแอสการ์ดต้องตามมาจัดการหยุดยั้งไว้ แต่ในเวลาอันไม่เหมาะสม เจ้ากลับเกิดขึ้นมา ข้ามิได้ป่าวประกาศแก่ผู้ใด ตัวตนของเจ้าเป็นความลับ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าเกิดมา ข้าใช้เทเซอร์แรคในการเปลี่ยนร่างกายเจ้าให้สามารถคงรูปร่างที่เป็นดั่งกายของชาวแอสการ์ดได้ นำเจ้าไว้ในที่ปลอดภัยเพื่อเวลาที่เหมาะสม แต่ข้าก็พ่ายในศึกนั้น...” เล่าออกมาอย่างเรียบเฉย แต่เป็นดั่งคำอธิบายที่ข้าไม่เคยนึกถึงมาก่อน โดยที่ข้าไม่กล้าจะขัดอะไร เขากลับพูดต่อไป

 

 

 

 

“เจ้าถูกโอดินพาตัวไป ในสถานการณ์ที่โยธันไฮม์เข้าสู่จุดตกต่ำที่สุดเมื่อขุมพลังถูกช่วงชิงไป ข้าตัดใจปล่อยมือจากเจ้า คิดเพียงว่าเจ้าจะได้เป็นบุตรแห่งโอดิน ในแอสการ์ดที่รุ่งเรือง แล้วเรื่องสายเลือดของเจ้าจะเป็นความลับไปตลอด แต่โอดินกลับปล่อยให้เทพสายฟ้าพากันมารุกรานอาณาจักรของข้า และที่สำคัญคือตัวเจ้า เมื่อได้พบก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าเป็นบุตรของข้า ข้าไม่สามารถแสดงออกได้ว่าปลาบปลื้มยินดีเพียใดที่ได้พบเจ้า แต่ข้าก็หวาดหวั่นเหลือเกินว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บ ข้าจึงหยิบยื่นความเมตตาให้... และเจ้าฉลาดพอที่จะรับมันไว้ แต่เจ้าชายที่บังอาจใกล้ชิดเจ้าคนนั้นกลับเปิดศึกกับข้า...ข้าหยุดยั้งความวุ่นวายไว้ไม่ได้ จึงมองดูเจ้าที่ต่อสู้ด้วยกำลังที่มี ภูมิใจเหลือเกินที่เจ้าเติบใหญ่เช่นนี้”

 

 

 

เบือนสายตาหลบอย่างไม่อาจเชื่อ ไม่เคยรู้...ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ ไม่จริง...ไม่ใช่เรื่องจริง พูดอะไรออกมา? คำลวงหรือ? พูดไปให้ได้อะไรขึ้นมา บ้าไปแล้วหรือ?

 

 

 

“จะพูดจาโป้ปดปั้นเรื่องไปให้ได้อะไรขึ้นมา?” น้ำเสียงสั่นอย่างไม่อาจคุมได้ ข้ากำลังโกรธอยู่สินะ..ข้าสั่นด้วยความโกรธอยู่ โกรธผู้ที่เอ่ยคำลวงหลอกออกมาด้วยสีหน้าตลบแตลงนั่น ข้าไม่หลงเชื่อสิ่งใดอีกแล้ว

 

 

 

 

ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างทั้งสอง บรรยากาศอึมครึมกดดันที่แผ่กระจายไปทั่ว อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกรอฟังคำตอบจากร่างตรงหน้าเท่านั้น

 

 

 

 

“ข้าไม่ได้สิ่งใดเลย แค่เพียงอยากให้เจ้าใด้เข้าใจ...ว่าข้าไม่ได้ทิ้งเจ้า ในวันนั้นข้ายินดีตามเจ้าไป โดยไม่คาดคิดว่าเจ้าจะสังหารข้าเพื่อโอดิน...ข้าไม่ได้โกรธเกลียดอะไรเจ้า มันสาสมแล้วกับที่ข้าบิดเบือนชะตากรรมของเจ้า”

 

 

 

 

“...ข้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจคนอย่างเจ้า ข้าไม่ต้องการจะเกี่ยวข้องกับคนอย่างเจ้าอีก ลาฟฟี่ ข้าขยะแขยง...รังเกียจคนสับปลับเช่นเจ้า มือถือสากปากถือศีล จนป่านนี้จะมาพูดอะไรอีก ข้าพบเจ้าตั้งหลายครั้งหลายหน เจ้าไม่เคยพูดสิ่งใดออกมาด้วยซ้ำ”  มาเล่นบทพ่อลูกตอนนี้ก็สายไปแล้ว...เพราะข้าไม่ต้องการ

 

 

 

ไม่มีสิ่งใดมาสั่นคลอนเขาได้อีก จิตใจของเขาได้ตายไปพร้อมกับร่างกายเสียแล้ว ความรู้สึกผิด ความเจ็บปวด ขอเพียงรอคอยการมาถึงที่เหมาะสม ตัวตนในตอนนี้ ความทรงจำ หน้าตา รูปลักษณ์ อุปนิสัย จะถูกลบเลือนก่อนที่ดวงจิตนี้ไปจุติในร่างใหม่

 

 

 

“ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร...ข้าพอใจแล้วที่ได้บอกกับเจ้า บุตรของข้า” ว่าจบร่างนั้นก็ทำท่าจะวางมือลงบนศีรษะของข้า แต่ข้าถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อหลบเลี่ยง

 

 

 

ลาฟฟี่สัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า จึงชักมือกลับก่อนจะลดมือลงแล้วเอ่ยคำลาด้วยแววตาเวิ้งว้าง...

 

 

 

 

“ข้าขออภัยในทุกสิ่งที่ข้าทำกับเจ้าไว้...ลาก่อน โลกิ” เอ่ยจบประโยคพร้อมกับกายละเอียดที่แตกฟุ้งออกเป็นละอองแสงสีเทาลอยลับหายไป...ปรากฏร่างของธิดาแห่งความตายอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

แปะ แปะ แปะ

 

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าอมยิ้มอย่างสดใสแต่แฝงด้วยความมืดหม่น

 

 

 

“เป็นโศกนาฏกรรมอันงดงามน่าชื่นชมยิ่ง รู้สึกอะไรขึ้นมาบ้างรึยังที่เจ้าสังหารบิดาแท้ๆของตนเอง?” จับจ้องไปยังเฮลที่ยินด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งที่เคย

 

 

 

ถ้อยคำกรีดลึกเสียดแทนความมั่นคง บั่นทอนกำลัง ความมืดในใจราวกับถูกทาทับด้วยความรู้สึกที่ต่างไป เมื่อได้รับรู้บางสิ่ง...

 

 

 

เรื่องบางเรื่องหากไม่รู้เลยจะดีกว่าหรือเปล่านะ? เขาจะไม่ต้องรู้สึกอะไร ปล่อยให้เรื่องราวผ่านไปตามกาลเวลา ปล่อยให้ลบเลือนมันไป ให้ความลับยังคงเป็นความลับ ให้ลาฟฟี่เป็นเพียงผู้ให้กำเนิดไร้หัวใจที่ตนไม่หวาดหวั่นยามร่ายเวทย์สังหาร มอบความตายให้อย่างไร้ความรู้สึก

 

 

 

“ข้าไม่รู้สึกใดๆทั้งสิ้น ข้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรอีก”

 

 

 

 

“งั้นก็คงจะไม่รู้สึกอะไรสินะหากได้พบกับ ‘พี่ชาย’ ของเจ้าอีกสักครั้ง”

 

 

 

น้ำเสียงแผ่วเบากระซิบราวล่อลวงพร้อมกับเนื้อความที่ทำให้รู้สึกอยากหนีไปให้พ้นๆ หากแต่คงไม่ทันเสียแล้วเมื่อเสียงดังกัมปนาทดังขึ้นภายนอกพร้อมแสงสีสว่างจ้า...สะพานไบฟรอสนำใครบางคนมายังที่แห่งนี้เสียแล้ว...

 

 

 

 

ถึงตายแล้ว...ข้าก็ยังต้องอยู่ภายใต้เงาเจ้าอีกหรือ?

 

 

 

ข้าไม่มีวันหนีไปจากเจ้าได้เลยงั้นหรือ?

 

 

 

ข้าให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เลย

 

 

 

ไม่เข้าใจตัวเองเลย...

 

 

 

ว่าเหตุใดใจของข้าจึงไม่อาจหนีไปจากเจ้าพ้น...

 
 
-----------------------------------------------------------
 
 
 
ตามเดิมค่ะ...หายไปหลายวันแต่กลับมาสั้นนิดเดียว//เอาหัวโขกโต๊ะ
 
ขออภัยที่ให้โลกิตายจริงๆนะคะ TT^TT ฟิคดำเนินไปในทางแบบนี้ซะแล้ว(หยุดไม่ได้)
 
จะบอกว่าตอนนี้ฉันเริ่มเล่น twitter แล้วล่ะค่ะ
 
ใช้ชื่อเหมือนชื่อบลอคนั่นแหละค่ะ mintchu
 
ได้เจอผู้อ่านหลายคนเหมือนกัน ดีใจมากๆเลย
 
ช่วงเปิดเทอมนี้ก็ยังวิกฤตอยู่ไม่น้อย ขอจรลีไปปั่นงานสักเล็กน้อยดีกว่าค่ะ
 
รู้สึก 24 ชม.มันน้อยเกินไปจริงๆค่ะ ทำไมคนเราไม่นอนแค่ชม.เดียวแล้วเต็มอิ่มนะ
 
วันนี้ขอลาค่ะ บ๊ายบายนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

เฮลเป็นลูกโลกิมิใช่รึ

#11 By เเพรว (103.7.57.18|171.97.32.21) on 2012-10-26 00:49

น้ำตาจะไหลกับลาฟฟี่เบื้องหลังเป็นแบบนี้น่ะเอง

#10 By Hatoribaka on 2012-06-17 14:11

อ่านแล้วรู้สึกว่าเทคะแนนให้ปะป๊าลาฟฟี่ T///T 
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ * * !! เราอ่านรวดเดียวซะหมดเลย

#9 By `「ARK.OSΛYΛ+ 」' on 2012-06-02 06:25

หนุกๆค่าาาา
โลกิขี้เหงาจังเลยนะ T^T
อย่างน้อยเธอก็ควรได้รู้นะว่าพ่อรักเธอมากกก
พี่ธอร์รีบมารับโลกิเร็วๆจิ!
น้องรออยู่นะ 5555
รีบมาต่อนะค่าาา สนุกมากๆเลย

#8 By _NisTKunG_ on 2012-06-01 21:57

รออ่านตอนต่อไปค่ะ >.<

#7 By Pla (103.7.57.18|58.8.165.222) on 2012-06-01 00:04

พ่อลูก อิอิ โลกิก็ดื้อเนอะ ฮ่าๆๆๆ
รอค่าๆ ตอนต่อไปปปป
(สั้นไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้อ่านก็ดีใจแย้ว><)

#6 By inkkie on 2012-05-28 19:46

สงสารโลกิด้วย สงสารลาฟฟี่ด้วย ;w;
ขอให้พี่ธอร์พาน้องกลับไปได้ด้วยเถอะน้า

#5 By Ririn_the_Crazydoll on 2012-05-27 15:10

กรี๊สสสสส ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ!!! ><!!!
โอวว อูววอาา ลาฟฟี่ จริงๆท่านแค่มาแก้ตัวให้ตัวเองใช่มั้ย? ข้าไม่เชื่อหรอกนะ
ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้โลกิเสียใจ ;;;w;;; ฮื่อๆๆ ทำไมใครๆก็ชอบทำร้ายใจโลกินัก
อูววอาา ขอบคุณมากสำหรับฟิคค่ะ >< จะรออ่านตอนต่อไป ///

#4 By Kyomu_Nana on 2012-05-27 12:18

มารอลุ้นค่ะว่าพี่ธอร์จะเอาน้องกลับไปได้มั๊ย
ชอบฉากที่ลาฟฟี่คุยกับโลกิจัง รู้สึกเหมือนสองคนนี้ต้องเคลียร์(?)อะไรกันหลายๆอย่างเลย
จะติดตามต่อไปนะคะ ฮุฮุ

#3 By Gemmingi on 2012-05-27 12:16

ตอนนี้เทคะแนนให้ลาฟฟี่
ป๊ะป๋าคนนี้น้องกิไม่ยอมให้ถูกตัวเลยอ่ะ
น้องกิสับสนแล้วพี่ธอร์คงพากลับลำบากหน่อยล่ะ

#2 By [Sai]SaiiaS on 2012-05-27 12:11

ลาฟฟี่~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ดีใจมากที่ลาฟฟี่มีบทค่ะ โฮวววว
คือเทียบกับโอดินแล้ว เมว่าป๊ะป๋าลาฟฟี่ยังดูรักโลกิมากกว่า T3T (ยังเคืองโอดินไม่หาย)

อ่านไปก็สงสารโลกิ เรื่องอะไรๆ ก็ประดังประเดเข้ามาเยอะแยะเต็มไปหมด ต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็ต้องสับสนเป็นธรรมดา

อา...อยากรู้จังว่าธอร์จะกล่อมน้องกลับบ้านยังไง เฮลจะยอมให้กลับด้วยเงื่อนไขไหน   แล้วจะรออ่านต่อนะคะ~

#1 By melody in the world of the tale on 2012-05-27 11:15