[ThorxLoki] Fake fate : บทที่ 8 เสียใจ

posted on 23 May 2012 21:56 by mintchu in Fiction directory Fiction, Asian, Diary

ฟริกก้านั้นร้องให้คร่ำครวญซุกหน้าลงกับแผ่นอกของผู้เป็นสามีที่โอบกอดปลอบประโลมภรรยาของตน เขาทั้งสองได้สูญเสีย ‘ลูกบุญธรรม’ ไปเสียแล้ว

 

 

 

ไม่กล้าจะปรายตามองโลหิตที่อาบนอง โลหิตของบุตรชายที่เลี้ยงดูมากับมือตั้งแต่คราที่ทารกน้อยยังไม่สามารถจะมีชีวิตรอดได้ด้วยตนเอง บัดนี้เส้นด้ายที่เกี่ยวพัน พันธนาการ อดีต รวมทั้งความเจ็บปวด จะไม่มีวันทำร้ายคนตรงหน้าได้อีก…

 

 

 

 

ธอร์ก้มหน้านิ่งจับจ้องไปยังใบหน้าขาวซีดไร้สีของผู้ที่ตนได้พรากลมหายใจไป ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ และเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นให้ของมารดาจึงได้รู้สึกตัวแล้วก้มตัวลง ประคองร่างนั้นขึ้นจากพื้นอันเย็นเยียบ ที่หางตาของร่างที่ไม่ไหวติงมีหยาดหยดของความเจ็บปวดที่แทรกซึมผ่านแพขนตางามนั้น

 

 

 

 

ได้เพียงโอบอุ้มร่างนั้นไว้อย่างแนบแน่น ไม่มีสีหน้าเศร้าเสียใจใดๆของราชาผู้เย็นชา เรียกแพทย์หลวงให้เข้ามาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าคนในอ้อมแขนนั้นได้ตายลงไปแล้วจริงๆ เทพแก่ทรงภูมินั้นตรวจสอบอย่างละเอียดสักพักก่อนจะประกาศต่อหน้าราษฎรว่า โลกิ ดับสูญแล้วจริงๆ ด้วยน้ำมือของผู้เป็นพี่….

 

 

 

…..

 

 

 

….

 

 

 

 

 

 

..

 

 

 

.

 

 

 

ในราชวังนั้นอบอวลด้วยบรรยากาศอันไม่น่าพิสมัย การจากไปของโลกิ อนุชาแห่งเทพสายฟ้านั้นทำให้เหล่าเทพทั้งเศร้าทั้งโล่งใจ รวมไปถึงความสะใจเล็กๆอีกด้วย

 

 

 

ก่อนจะเกิดเรื่องนั้น โลกิเป็นเทพที่ทำตัวดีมาตลอด ขยันหมั่นเเพียร ว่าง่ายหัวอ่อน แม้จะซุกซนไปบ้างแต่ขอเพียงมหาเทพโอดินและมารดาแย้มยิ้มให้ก็แทบจะยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างตามพระประสงค์ แม้ตอนยังเล็กจะเอาแต่เก็บตัวเงียบหลบอยู่หลังพี่ แต่เมื่อได้เรียนรู้โลก เขาก็รู้จักการปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น ยิ้มแย้ม ทักทาย

 

 

 

 

นั่นทำให้ข้าราชบริพารและผู้คนที่ได้รู้จักกับโลกิต่างก็ยอมรับในความหมั่นเพียร และความเฉลียวฉลาดนั้น  และด้วยอัธยาศัยอันดี โลกิจึงเป็นที่ชื่นชมของเทพอีกหลายองค์….แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกไม่น้อยที่อิจฉาริษยาในความสามารถที่เจ้าตัวแสวงหามาด้วยตนเอง

 

 

 

ไม่ว่าจะตอนยังเล็กหรือเติบใหญ่ก็มักมีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นเสมอมา และเป็นธอร์นั่นเองที่คอยปกป้องโลกิ จนถึงวันที่เจ้าตัวสามารถปกป้องตนเองได้ แต่กระนั้นธอร์ก็ยังคงเฝ้าห่วงอยู่เสมอ และได้แต่คอยมองน้องชายของตนร่ายเวทย์ขั้นสูงจัดการพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียหมอบกระแต

 

 

 

 

แต่ด้วยเหตุอันใดก็ไม่ทราบที่จู่ๆจอมเวทย์อันดับหนึ่งกลับออกอาการต่อต้าน วางแผนยึดครองบัลลังค์ จนถึงเรื่องร้ายแรงที่สุดอย่างการก่อสงครามกับมิสการ์ด …..เพียงลำพัง

 

 

 

เหล่าข้าราชบริพารทั้งหลายนั้นไม่ทราบถึงชาติกำเนิดของโลกิ ไม่ทราบถึงเหตุผลของเจ้าตัว จึงไม่เข้าใจ….ว่าที่ทำไปนั้นเพราะอะไร

 

 

 

 

ตลอดเวลา 1 ปี โลกินั้นร่อนเร่ไปเรื่อยๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่ เผชิญเรื่องต่างๆมากมาย ก่อนจะได้พบกับขุมพลังที่ต้องการ ก่อนที่จะคิดสร้างที่อยู่ของตนเอง … ไม่มีที่ให้กลับอีกแล้ว งั้นข้าจะสร้างที่อยู่ของตนเองขึ้นมา นั่นคือความคิดอันเรียบง่ายของผู้ที่ได้รับการยกว่าฉลาดเฉลียว เพื่อจะรักษาความบอบช้ำของตน….

 

 

 

 

แต่สุดท้ายความผิดนั้นก็นำมาสู่ความดับสลาย ดวงวิญญาณของผู้ตายมีชะตากรรมจะถูกชักพาไปยังนิฟล์ไฮล์มดินแดนหลังความตาย ซึ่งมีเฮลเป็นผู้ขีดโชคชะตาให้ ส่วนกายเนื้อก็กลับคืนสู่ผืนดิน นั่นคือดวงจิตของโลกินั้นได้ไปยังนิฟล์ไฮล์มเสียแล้ว ส่วนร่างกายก็คงจะแปรเปลี่ยนไปตามกาล

 

 

 

เฮลไม่เคยปล่อยให้มีผู้ใดฟื้นคืน…เขาจึงไม่มีวันหวนกลับมาอีก

 

 

 

 

ทุกคนต่างรับรู้ถึงข้อนี้ดี ฟริกก้าได้ถูกพากลับห้องบรรทมแล้ว ผู้เป็นแม่หลั่งน้ำตาไม่ขาดสายราวกับจะขาดใจตายตามบุตรชายของตน ไม่มีใครสามารถปลอบโยนนางได้ ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้เป็นแม่นั้นคือการสูญเสียลูกของตน….

 

 

 

 

โอดินที่ได้แต่ทำหน้านิ่งมาตลอดหลังพาภรรยาไปส่งยังห้องก็กลับห้องของตนเองเช่นกัน….

 

 

 

เหลือเพียงองค์ราชาผู้ปลิดชีพอนุชาของตนด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่บัลลังค์ของตนพร้อมสายตาที่ทอดมองออกไปยัที่ไกลแสนไกล

 

 

 

ธอร์เป็นผู้ประคองร่างไร้วิญญาณนั้นไว้ด้วยสองมือของตนก่อนจะเดินไปยังห้องที่ร่างในอ้อมแขนเป็นเจ้าของ ราชาวางร่างที่ไร้ไออุ่นนั้นลงบนเตียงของเจ้าตัวอย่างแผ่วเบาก่อนจะไล่ข้าราชบริพารทุกคนออกไป

 

 

 

 

 

“โลกิ….โลกิ….น้องข้า….” เสียงเรียกแผ่วเบาของชายร่างสูงที่โน้มตัวลงแนบหูลงกับแผ่นอกที่ไร้การเคลื่อนไหวแสดงความมีชีวิตใดๆของร่างบนเตียง…ไม่มีเสียงใดๆออกมาแม้แต่น้อย

 

 

 

 

"ข้ารักเจ้านะ น้องข้า…”  ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนแม้เจ้าตัวจะไม่รับรู้สิ่งใดแล้วก็ตาม ดวงตาสีหม่นมิได้ลืมขึ้นจับจ้องตน ใบหน้าเรียวนั้นไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา

 

 

 

ร่างตรงหน้านั้นเป็นดั่งตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต ไม่ไหวติง ไม่พูด ไม่รับรู้สิ่งใด

 

 

 

 

มีเพียงพี่ที่คุกเข่าลงข้างกายของร่างขาวซีดนั้นกอบกุมมือนั้นไว้ ไออุ่นจากตนนั้นเริ่มส่งผ่านไปยังร่างนั้นแม้เพียงนิด…แต่ก็มีเพียงในนิยายเท่านั้นที่ผู้ที่ตายแล้วจะฟื้นคืนด้วยปาฎิหาริย์

 

 

 

 

ความเศร้าโศกผ่านไปในทุกๆวินาทีราวกับจะบดขยี้ตัวตนของตน ไม่มีผู้ใดได้เห็นหยาดน้ำตาของผู้สูงสุดแห่งอาณาจักร ต่อให้เป็นมหเทพก็ยังคงทุกข์ทนกับการลาจาก….

 

 

 

 

เจ็บปวดเกินไป เศร้าโศกเกินไป เกินกว่าจะรับไหว ใครคนนั้นสิ้นลมหายใจไปพร้อมๆกับความเจ็บปวด…ความเจ็บปวดทุกข์ทนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ

 

 

 

 

ข้าเจ็บปวดได้ถึงครึ่งหนึ่งของเจ้าหรือเปล่านะ?

 

 

 

โปรดอภัยให้ข้าด้วย….ข้า…ทำเพื่อเจ้านะ โลกิ…

 

 

 

 

ข้ามันช่างเห็นแก่ตัวเสียเหลือเกิน….

 

 

 

 

ที่มอบความเจ็บปวดให้ ที่ไม่เข้าใจเจ้า ที่สังหารเจ้า…และจะพาเจ้ากลับคืนมา…

 

 

 

…..

 

 

 

….

 

 

 

 

 

 

..

 

 

 

.

 

 

“อย่าให้ใครเข้าไปในห้องนั้นได้ นี่เป็นคำสั่ง…” ธอร์สั่งทหารกล้าด้วยน้ำเสียงทรงบารมี เสียงคำสั่งดังชัดพอให้ข้ารับใช้ทุกคน ทหารทุกนายได้ยินโดยทั่วกัน

 

 

 

 

“เจ้าทำอะไรอยู่กันแน่…” เสียงของหญิงสาวที่คุ้นชินดังขึ้น

 

 

 

 

 

“ทำในสิ่งที่สมควรทำ” ธอร์ตอบไปอย่างนิ่งเฉยโดยไม่หันกลับไปมอง

 

 

 

 

 

“สังหารโลกิน่ะหรือสิ่งที่เจ้าสมควรทำ เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ?!” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับหมัดที่เหวี่ยงเข้าใส่ราชาจากด้านหลัง ธอร์ไม่ได้เคลื่อนกายหลบ แต่กลับเป็นทหารที่พุ่งออกมาแล้วล้อมชายผมดำไว้ด้วยอาวุธอันแหลมคมก่อนจะถึงตัวราชา

 

 

 

 

“นี่เป็นโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้กระทำการเช่นนี้” เสียงนั้นเอ่ยเรียบเฉย ก่อนที่เทพสายฟ้าจะหันไปสบตากับสหายร่วมศึกที่บัดนี้ขอบตาบวมหน้าขึ้นสีแดงก่ำ ถูกทหารล้อมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ทำร้ายเขา

 

 

 

 

“แต่นั่นเป็นน้องเจ้านะ!!!” เสียงนักรบสาวตวาดก้อง

 

 

 

 

 

“ราชาต้องยุติธรรม เท่าเทียม หากราชาปกครองไปตามอารมณ์ความรู้สึกแล้วอาณาจักรจะรอดพ้นภัยไปได้อย่างไร”  คำพูดที่มีเหตุผลออกมาจากปากของพี่ชาย

 

 

 

 

 

“งั้นเจ้าก็ไม่ต่างจากเครื่องจักรหรอก! ความยุติธรรม…เหอะ เจ้ามันก็อ้างไปเรื่อย ตัวเจ้าที่พวกข้ารู้จักมันหายไปไหน ธอร์ที่ข้ารู้จักไม่มีวันทำเรื่องแบบนี้แน่ เจ้ามันอำมหิต!”  แม้จะอยู่ในการควบคุมของทหารโฮกันซึ่งปกติมักจะนิ่งเฉยกลับโมโหราวกับจะคลั่งไป

 

 

 

 

 

“ธอร์…เจ้ารู้ไหมว่าข้ารู้สึกอย่างไรกับโลกิ…กับน้องของเจ้า ข้ารักเขา เจ้าได้ยินไหม! ข้ารักเขา… ข้าได้แต่แอบหลงไหลโลกิมาตลอด ทุกครั้งที่ได้เพียงนิ่งเงียบไม่กล้าสบตา ตลอดระยะเวลายาวนานที่ข้าเก็บงำความรู้สึกมาตลอด…ไม่ได้หวังจะได้รักตอบ ขอแค่ได้พบกันบ้างก็พอ…แต่เจ้ากลับฆ่าเขา” โฮกันก้มหน้าลงก่อนน้ำเสียงกร้าวเมื่อครู่จะแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงแผ่วเบาเจือความเศร้าโศก สารภาพสิ่งที่ปิดบังออกมาจนหมดสิ้น…

 

 

 

 

“….” ธอร์ยืนนิ่งไม่ตอบอะไรอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินจากไปโดยไม่มีคำพูดใดๆ ทิ้งให้สหายที่ดีที่สุดคนหนึ่งได้แต่นั่งทรุดลงกับพื้น ฟุบหน้าลงก่อนจะปล่อยให้น้ำตาที่เขาไม่เคยได้เห็นท่วมท้นออกมา…

 

 

 

ธอร์เดินออกจากราชวังขึ้นควบม้าของตนก่อนสะบัดเชือกคุมม้าให้วิ่งออกไปบนเส้นทางผลึกที่ปรากฏสีรุ้งขึ้นทุกครั้งที่กีบเท้าของม้านั้นเหยียบย่างลงไป

 

 

 

 

ธอร์มาถึงหน้าสะพานไบฟรอสก็พบกันนายทวารที่คุ้นตา ที่เมื่อเห็นเขาก็เดินเข้าด้านในของประตูไบฟรอสอย่างเงียบๆ….

 

 

 

 

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านมาด้วยเหตุอันใด” นายทวารเริ่มพูดก่อนเมื่อยืนอยู่กลางลานที่ปรากฏแท่นเสียบดาบอยู่

 

 

 

 

“ข้าจะพาโลกิกลับมา…”

 

 

 

 

“โปรดบอกพระประสงค์ของ

ท่านมา ข้าต้องการทราบถึงเหตุผลของท่าน ก่อนจะเปิดประตูมิติให้ มันเสี่ยงเกินไป…”  นายทวารเอ่ยเสียงเข้ม

 

 

 

“ข้าจะตบตาพวกซิทอรี่…ข้าไม่มั่นใจว่าจะปกป้องโลกิจากธานอสได้..มันเสี่ยงเกินไป และข้าปรารถนาจะให้โลกิได้กลับใจ”

 

 

 

 

 

 

 

“โลกิไม่ได้เลวโดยสันดาน…ข้าเห็นด้วยกับท่าน…” ไฮล์มดัลตอบหลังจากนิ่งเงียบครุ้นคิดด้วยใบหน้านิ่งดั่งรูปปั้น

 

 

 

 

 

“ขอให้ท่านโชคดีในการเดินทางครั้งนี้…” ชายผิวสีเสียบดาบอันเป็นกุญแจลงในร่องที่พอดีกัน ทางเชื่อมสะพานไบฟรอสนั้นเริ่มหมุนวนก่อนจะชี้ไปยังทางทีเขาต้องการ

 

 

 

 

 

“อืม..” ราชาตอบง่ายๆก่อนจะยินนิ่งให้ร่่างกายถูกดึงเข้าสู่แรงมหาศาล

 

 

 

 

 

เพื่อจะไปตามเจ้ากลับคืน…

 
 
------------------------------------------------------
 
 
 
 
สวัสดีอีกครั้งค่ะ อาทิตย์แรกแห่งการเปิดเทอมนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกินนะคะ
 
ขณะนี้ก็ยังคงทำตัวแทบไม่ต่างกับตอนปิดเทอมเลย หลังจากที่แต่งฟิคตอนที่8 แล้วคอมเดี้ยงไปรอบหนึ่ง
 
ก็แอบหนีไปทำใจอยู่หลายวัน พอกลับมาแต่งใหม่อีกรอบจนเสร็จ กะจะอัพลงก็ดังพบว่า....
 
 
 
 
จนพึ่งมาเปิดได้เอาตอนนี้ค่ะ orz
 
 
เมื่อวานไปเดินเล่นแถวหน้าตึกCP รับน้องrilakkuma ตัวใหม่มาอยู่ด้วยค่ะ
 
 
 
 
เยอะพอดู น่ารักสุดยอดแต่ตอนนอนก็กลายเป็นว่าไม่เหลือที่ให้นอนดิ้นเลยค่ะ อบอุ่น....
 
ฟิคที่ดองไว้ตั้งหลายวันก็ยังมาแบบสั้นสุดๆเช่นเคย ขออภัยในความสั้นอีกครั้ง
 
 
 
 
 
เมื่อได้ลองย้อนกลับไปดูเพลง vocaloid thai sub ที่ทำๆไว้ก็พบว่ามีเพลง 2 เพลงที่ฉันฟังแล้ว
 
เกิดอาการเชื่อมโยงค่ะ นั่นคือเพลง
 
 
และเพลง ดนตรีเพลงนี้แรงมากในช่วงแรก หากไม่ชอบก็เบาเสียงลงแล้วอ่านแต่ซับก็ได้นะคะ
 
 
 
 
คิดอย่างไรกันบ้างคะ ฉันคิดถึงคู่พี่น้องค่ะ เศร้า....
 
 
วันนี้ก็ขอลาไปหาข้อมูลทำงานกลุ่มแล้วนะคะ บ๊ายบายค่ะ ^w^


edit @ 24 May 2012 21:36:13 by MintChut-แมวทุเรียน

Comment

Comment:

Tweet

หนักใจกับคุณธอร์จริงๆคะ ฮ่าๆๆๆ
แอบลุ้นน้า(ไม่แอบละมั้ง)
สู้ๆค่ะ เม้นช้าไปนิดopen-mounthed smile

#4 By inkkie on 2012-05-28 19:35

กรี๊สสสสส ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ !!! ><!!!
อร๊างงง แอบปวดใจนิดหน่อยที่รู้ว่าโลกิตายจริง ;;;w;;; แต่พี่ธอรจะช่วยใช่มั้ย?
ช่วยพาโลกิกลับมาด้วยนะ ฮึกๆฮื่อๆ ไม่งั้นเราไม่ยอมนะ ฮือออ
me/จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ  (_ _)

#3 By Kyomu_Nana on 2012-05-24 13:35

ตกลง..ธอร์ฆ่าโลกิไปแล้ว จริงเหรอเนี้ย
//เป็นลม
แล้วจะไปเอาดวงวิญญาณโลกิกลับมาเนี่ยนะเฮ้ยย
ตกลงท่านพี่สายฟ้าท่านวางแผนอะไรไว้ค่าาา
โลกิเสน่์ห์แรงใช่เล่น มีคนมารักชอบตั้ง 2 คนในเวลาเดียวกัน อร๊ายยย
อยากรู้จริงธอร์จะไปตามน้องชายกลับมายังไง มิวายต้องงอนง้ออีกหรือเปล่า
ปล. บลัดเองก็พึ่งเข้า exteen ได้เหมือนกัน อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ จะอัพบล็อคตั้งแต่เมื่อวาน แต่ดันเข้าำไม่ได้~~

#2 By blood_hana on 2012-05-24 01:11

เฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
รอดูว่าพี่ธอร์จะไปตามน้องกลับมาได้ไหม
ต้องได้สิ..ต้องได้!!

#1 By Ririn_the_Crazydoll on 2012-05-24 01:09